ยุโรป ขึ้นชื่อเรื่องภูมิทัศน์สวยงามเป็นอย่างมากทีเดียว ด้วยบรรยากาศที่งดงาม และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจอีกมากมาย และอีกหนึ่งสถานที่ธรรมชาติ และมีความงดงามอย่างมาก นั่นก็คือ น้ำตกกุลล์ฟอสส์ ในประเทศไอซ์แลนด์ ที่มีความน่าสนใจอย่ายิ่ง และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนดินแดนแห่งนี้เป็นอย่างมาก

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ ประเทศไอซ์แลนด์

                      น้ำตกกุลล์ฟอสส์ (Gullfoss) เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นน้ำตกไนแองการ่า แห่งไอซ์แลนด์ “กุลล์ฟอสส์” ในภาษาไอซ์แลนด์หมายถึง น้ำตกทองคำ น้ำตกแห่งนี้ ไหลมาจากธารน้ำแข็งของแม่น้ำควิทอา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “White River” โดยต้นกำเนิดอยู่ที่ Langjökull ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งทีใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของไอซ์แลนด์

                        Gullfoss เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติอยู่มาก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ในเขตเมืองกุลล์ฟอสส์ซี ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของสถานที่ท่องเที่ยว วงกลมทองคำ ที่กล่าวกันมาว่า มาเที่ยวไอซ์แลนด์ แล้วต้องไม่พลาดมาเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ ด้วยความสวยงามของน้ำตกตกลงแอ่งด้านล่าง และสะท้อนกับแสง มีความสวยงามแปลกตาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะมีปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำเกิดขึ้น ให้เราได้เที่ยวชมความสวยงามอยู่เสมอ

มีเรื่องที่เล่าขานกันในหมู่ชาวไอซ์เเลนด์ว่า เมื่อประมาณปี ค.ศ.1920 มีชนชาติอื่นต้องการจะผลิตไฟฟ้าจากน้ำตกเเห่งนี้ จึงได้ไปขอเช่าจากเจ้าของที่ดินเเห่งนี้ นั่นก็คือ โธมัส โธมัสสัน เเละ ฮัลโดร์ ฮันโดร์สัน แต่เนื่องด้วยปัญหาด้านเงินทุนและเทคนิค ท้ายที่สุด ที่ดินทั้งหมดแห่งนี้ ก็ถูกขายให้กับรัฐบาล จนกลายเป็นที่ดินของรัฐบาลในที่สุด

น้ำตกกุลล์ฟอสส์ มีพื้นที่ ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้น จะค่อยๆ เป็นมุมโค้งที่สวยงาม และวนลงมาผ่านสามระดับ และจึงลาดระดับไปลงอีกสองช่วง ในช่วงแรกมีความสูงประมาณ 11 เมตร และช่วงที่ 2 มีความสูง 21 เมตร และมีความกว้างของน้ำประมาณ 20 เมตร ลึกถึง 32 เมตร และมีความกว้างโดยรวม 2.5 กิโลเมตร โดยมีความแรงของกระแสน้ำที่แรงมาก นักท่องเที่ยวจำได้แค่ชมความงามของน้ำตกแห่งนี้เท่านั้น

และนอกจากการเที่ยวชมความงามของน้ำตกแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกับ แสงเหนือ ที่ไอซ์แลนด์ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมากมายจากทั่วโลก ซึ่งปรากฏการณ์อันน่าตื่นตาของแสงเหนือนั้น มีให้เห็นอยู่เพียงไม่กี่แห่งบนโลกใบนี้ และไอซแลนด์ก็เป็นจุดที่เหมาะสมในการชมแสงเหนือที่สุด

การจะได้เห็นออโรรา บอรีเอลิส แบบชัดเจนสวยงามในไอซ์แลนด์นั้นจะชมได้ในเดือนไหน?
ซึ่งนอกจากจะต้องใช้ความอดทนและต้องมีโชคช่วยแล้ว คุณยังต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ด้วย :
– คุณต้องไปชมช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนเมษายน
– ต้องเป็นคืนที่มืดสนิทมากที่สุด
– ท้องฟ้าควรมีเมฆน้อยที่สุด ยิ่งท้องฟ้าโปร่งปราศจากเมฆเลยได้ยิ่งดี
– บริเวณนั้นควรมีแสงสว่างจากไฟฟ้าให้น้อยที่สุด
* คุณสามารถตรวจสอบล่วงหน้าได้จากการพยากรณ์แสงเหนือ และพยากรณ์เมฆ แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เกิน 1 – 2 วัน

วิธีการขอวีซ่าเชงเก้นไปล่าแสงเหนือที่ “ไอซ์แลนด์”
                    วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างเสรี ไปยังประเทศต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มสมาชิกเชงเก้น สำหรับการขอวีซ่าเชงเก้นนั้นก็มีหลักการขอ คือ ยื่นขอผ่านประเทศที่เราจะอยู่เที่ยว หรือพำนักนานที่สุด หรือ ถ้าอยู่เที่ยวจำนวนวันเที่ยวเท่ากันก็ยื่นขอผ่านประเทศแรกที่เดินทางไปถึง อย่างเช่น
– ทริป 16 วัน โดยเที่ยวฝรั่งเศส 7 วัน , เที่ยวอิตาลี 5 วัน และเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 4 วัน
>> ข้อนี้ต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้นผ่านประเทศฝรั่งเศส เพราะพำนักนานที่สุด
**ถ้าขอวีซ่าไม่ถูกหลักการหรือใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ของวีซ่าที่ได้มา อาจจะโดนปฏิเสธให้เข้าประเทศได้

การขอวีซ่าเชงเก้นประเทศไอซ์แลนด์
                  เนื่องจากประเทศไอซ์แลนด์ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย หากใครจะยื่นขอวีซ่าเชงเก้นไอซ์แลนด์ จะต้องยื่นขอผ่านประเทศเดนมาร์ก ซึ่งจะมี VFS ศูนย์รับยื่นเอกสาร และส่งต่อให้สถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย พิจารณาให้อีกครั้ง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของศูนย์ VFS