หน้าร้อนบ้านเรา นี่ก็ร้อนเสียจริงๆ ซึ่งวันนี้ เราก็จะพาทุกคนท่องไพรร่มรื่นไปกับธรรมชาติที่สมบูรณ์ และมีน้ำตกสวยงามให้ได้ชม และเล่นน้ำดับร้อนกันอีกด้วย พร้อมมีแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้ได้ชมอีกมากมาย ซึ่งอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ พิษณุโลก ก็เปิดให้เข้าชมแค่ช่วงเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม เท่านั้น ถ้าพร้อมที่จะไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันแล้ว ตามมาขึ้นรถกันเลยจ้าาา

Hilight ที่น่าสนใจของน้ำตกชาติตระการ

– มีน้ำตกที่สวยงาม มีสายน้ำไหลจากหน้าผาสูง
– น้ำตกเกิดจากการเรียงตัวของชั้นหินทรายที่ทับถมกันมานาน
– หน้าผาสูงชันมีสีสันผิดแปลกกัน
– เป็นป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ ภายในอุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ดึงดูดการท่องเที่ยวได้อีกด้วย

                     น้ำตกชาติตระการ หรือ น้ำตกปากรอง ตั้งอยู่ที่บ้านปากรอง ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอชาติตระการ ถึงอำเภอนครไทย ประกาศเป็น อุทยานแห่งชาติตั้งแต่พ.ศ. 2530 โดยมีสภาพทั่วไปเป็นเทือกเขา และภูเขาสูงสลับซับซ้อน และที่อุทยานฯ ยังมีน้ำตกที่สวยงามมากในจังหวัดพิษณุโลก และน่าสนใจแห่งหนึ่ง ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น โดยแต่ละชั้น ก็มีทั้งความสวยงาม และชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

ชั้นที่ 1 ชื่อ มะลิวัลย์ เป็นลานน้ำขนาดใหญ่ ที่รองรับน้ำจากชั้นที่ 2 ซึ่งมีความสูงประมาณ 8 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถลงเล่นได้ บางจุดหากลึกมากก็จะมีป้ายแจ้งให้ทราบ

ชั้นที่ 2 ชื่อ กรรณิการ์ ทางขึ้นจะชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเท้า มีความสวยงามจะแตกต่างจากชั้นที่ 1 เนื่องจาก เป็นหน้าผา ที่มีหินลดหลั่นกันไป สายน้ำจะมารวมกันในช่องหินซึ่งทะลุไปยังชั้นที่ 1 ได้

ชั้นที่ 3 ชื่อ การะเกด ใช้เส้นทางได้ 2 ทาง ได้แก่ ปีนชั้นหินขึ้นไปสู่ชั้น 3 โดยตรง หรือเดินทางเท้าตามเส้นทางของอุทยานฯ สามารถให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ ซึ่งมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำขนาดใหญ่

น้ำตกชั้นที่ 4 ชื่อ ยี่สุ่นเทศ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นลักษณะสายน้ำขนาดกว้างไหลเฉื่อย ๆ ตกลงบนหน้าผาขนากกว้างประมาณ 50 เมตร แบบ 90 องศา มีน้ำไหลเป็นสายกว้างลงสู่แอ่งน้ำด้านล่างน้ำใสมาก ๆ น่าเล่นสุดๆ

น้ำตกชั้นที่ 5 ชื่อ เกศเมืองชั้นที่ 6 ชื่อ เรืองยศ และชั้นที่ 7 ชื่อ รจนา เป็นน้ำตกขนาดเล็ก แต่ก็มีความสวยงามตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน

อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ มีความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ที่พบได้แก่ เก้ง หมูป่า ไก่ป่า กระจง กระรอก กระเล็น และนกหลายสายพันธุ์ อีกทั้งพืชที่พบได้แก่ ปาล์ม ไผ่ ยาง ฯลฯ

แม้ภายนอกอากาศจะร้อนแบบตับแตก แต่เมื่อเราเข้ามาภายในอุทยาน ก็ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง เพราะอากาศภายในอุทยานฯ เย็นสบายมากๆ เนื่องจากแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ป่า ทั้งน้อยใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาและความร่มรื่นย์ แถมอากาศบริสุทธิ์อีกด้วย

ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม

ค่าธรรมเนียม เด็ก 20 บาท
ผู้ใหญ่ 40 บาท

เปิดให้เข้าชม วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.
วันเสาร์-อาทิตย์เวลา 8.30-17.00 น.