ทริปนี้เราจะพาทุกคนไปตามรอยเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ไปยังจุดที่พระองค์เคยเสด็จประพาส นั่นคือ น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี ค่ะ เราจะได้มองเห็นในสิ่งที่พระองค์ทรงเคยเห็น และมาค้นหาความทรงจำของชาวบ้าน ที่ได้เล่ากันปากต่อปากถึงความยิ่งใหญ่ของความรักที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี ค่ะ

ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม

ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท
เด็ก 20 บาท (อายุต่ำกว่า 4 ขวบ และ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการชาว

เวลาเปิดทำการ

ไทย เข้าชมฟรี)
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท
เด็กต่างชาติ 100 บาท

เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.

นอกจากนี้ทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ยังมีบริการบ้านพัก และลานกางเต็นท์ อีกด้วย สามารถสอบถามรายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หรือ น้ำตกพลิ้ว ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาสระบาป อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี น้ำตกพลิ้วประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้มีอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำตลอดปี มาจากสายธาร 2 สาย โดยที่สายหนึ่งมาจากซอกหินผา อีกสายหนึ่ง มีขนาดเล็กกว่า ไหลลงมาจากหินผา สูงกว่า 20 เมตร ทั้ง 2 สายมารวมกันที่แอ่งน้ำ น้ำใสมาก สามารถมองเห็นพื้นด้านล่างที่เป้นทราย และหินในระดับลึกกว่า 2 เมตร ในแอ่งน้ำตกและลำคลอง มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปลาพลวงหิน เป็นจุดไฮไลท์ที่ตื่นตาตื่นใจ กับนักท่องเที่ยวที่ไปเข้าชมมากค่ะ

รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสน้ำตกแห่งนี้ถึง 12 ครั้งด้วยกัน ในระหว่างปี พ.ศ. 2417-2424 และทรงยกย่องว่า เป็นน้ำตกที่งดงาม ที่สุดในบรรดาน้ำตกที่พระองค์เคยเสด็จประพาส ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ยังได้จัดเส้นทางสำหรับการเดินศึกษาทางธรรมชาติ รระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่ทำการอุทยานฯ และจุดสิ้นสุดอยู่ที่ด้านหน้าอลงกรณ์เจดีย์

อลงกรณ์เจดีย์


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ได้ทรงโปรดปรานให้ สร้างเจดีย์ทำด้วย ศิลาแลงขึ้น ที่บริเวณหน้าผาด้านหน้าน้ำตกพลิ้ว เมื่อปี พ.ศ. 2419 เพื่อเป็นที่ระลึก ในการเสด็จประพาสน้ำตกพลิ้วด้วยกัน พระราชทานนามว่า ” อลงกรณ์เจดีย์ “

สถูปพระนางเรือล่ม


เพื่อเป็นที่ระลึกแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวี ภายในสถูปได้บรรจุพระอังคารของพระนางเจ้าฯ ด้วย เนื่องจากพระองค์ทรงโสมนัส ชื่นชม ความงามธรรมชาติของน้ำตกพลิ้วยิ่งนัก การสร้างอนุเสาวรีย์รูปทรงปิรามิด จะทำให้คงทนเพราะตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรอันไม่มีผู้ดูแล

ด้วยตำนานความรักที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงมีให้แก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ จึงเป็นเล่าสืบต่อกันมาว่า หากคู่รักคู่ใด มากราบไหว้สักการะพีระมิดแห่งนี้ จะสมหวังและเป็นความรักที่มั่นคงนั่นเองค่ะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเพื่ออธิษฐานมากมาย